บล้อกนี้เขียนเอาไว้เมื่อเดือน พฤศจิกายน ปี 2008
ออกจากวัดกัลยาณมิตร ขี่แมงกะไซค์คู่ใจมาตามถนนอรุณ-อมรินทร์ไม่นานนัก ผมก็มาถึงวัดอรุณฯครับ สำหรับวัดนี้ เป็นวัดหลวงสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มาดูประวัติจาก http://th.wikipedia.org สักนิดนะครับ
[ประวัติ]
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารวัดอรุณราชวรารามเป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา
ว่ากันว่าเดิมเรียกว่า วัดมะกอก และกลายเป็นวัดมะกอกนอกในเวลาต่อมา
เพราะได้มีการสร้างวัดขึ้นอีกวัดหนึ่งในตำบลเดียวกันแต่อยู่ในคลองบางกอกใหญ่
ชาวบ้านเรียกวัดที่สร้างใหม่ว่า วัดมะกอกใน (วัดนวลนรดิศ) แล้วจึงเรียกวัดมะกอกซึ่งอยู่ปากคลอง
บางกอกใหญ่ว่า วัดมะกอกนอก ส่วนเหตุที่มีการเปลี่ยนชื่อเป็นวัดแจ้งนั้นเชื่อกันว่า
เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตั้งราชธานีที่กรุงธนบุรีใน พ.ศ. 2310 ได้เสด็จมาถึงหน้าวัดนี้
ตอนรุ่งแจ้ง จึงพระราชทานชื่อใหม่ว่าวัดแจ้ง แต่ความเชื่อนี้ไม่ถูกต้อง เพราะเพลงยาวหม่อมภิมเสน
วรรณกรรมสมัยอยุธยาที่บรรยายการเดินทางจากอยุธยาไปยังเพชรบุรี ได้ระบุชื่อวัดนี้ไว้ว่าชื่อวัดแจ้งตั้งแต่เวลานั้นแล้ว

เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังที่ประทับนั้น ทรงเอาป้อมวิชัยประสิทธิ์
ข้างฝั่งตะวันตกเป็นที่ตั้งตัวพระราชวัง แล้วขยายเขตพระราชฐานจนวัดแจ้งเป็นวัดภายในพระราชวัง
เช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์สมัยอยุธยา และเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์
ใน พ.ศ. 2322 ก่อนที่จะย้ายมาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามใน พ.ศ. 2327

ในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ
เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ได้เสด็จมาประทับที่พระราชวังเดิม และได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดแจ้งใหม่ทั้งวัด
แต่ยังไม่ทันสำเร็จก็สิ้นรัชกาลที่ 1 สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทรได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ
เป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระองค์ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดแจ้งต่อมา
และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอรุณราชธาราม” ต่อมามีพระราชดำริที่จะเสริมสร้างพระปรางค์หน้าวัดให้สูงขึ้น
แต่สิ้นรัชกาลเสียก่อน จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เสริมพระปรางค์ขึ้น
และให้ยืมมงกุฎที่หล่อสำหรับพระพุทธรูปทรงเครื่องที่จะเป็นพระประธานวัดนางนองมาติดต่อบนยอดนภศูล
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดอรุณราชธารามหลายรายการ
และให้อัญเชิญพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมาบรรจุไว้ที่พระพุทธอาสน์ของพระประธาน
ในพระอุโบสถด้วย เมื่อการปฏิสังขรณ์เสร็จสิ้นลง พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดอรุณราชวราราม”

เอารถไปจอดแอบข้างกุฏิพระเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็เดินเข้าชมความงามในวัดกันเลยครับ

พูดถึงวัดอรุณฯก็ต้องมาดูพระปรางค์วัดอรุณสิครับ ก่อนจะเดินขึ้นก็พบกับอาแปะใจดียืนยิ้มอยู่หน้าพระปรางค์
ผมเลยขอถ่ายรูปสัก 1 รูปครับ อาแปะน่าจะยืนเฝ้าพระปรางค์ยิ้มต้อนรับทุกคนที่เข้ามาที่นี่มานานแล้ว

มามองแบบใกล้ๆ มียักษ์ยืนแบกองค์พระปรางค์อยู่โดยรอบ

ปีนขึ้นองค์พระปรางค์ มองไปฝั่งตรงข้ามเห็นพระบรมมหาราชวังอยู่ไกลๆ

บันไดทางขึ้นชันมากๆ ขาขึ้นไม่เท่าไร ขาลงเสียวแว้บ

ท่าเตียนและวัดโพธิ์

แต่ยังไม่ลงครับ มีวัดแจ้งก็ต้องมีวัดโพธิ์
เดี๋ยวมองหาก่อน อ้อ อยู่นั่นเอง
ที่เห็นนั่นคือท่าเตียนและวัดโพธิ์ครับ

แหงนขึ้นไปเห็นยอดพระปรางค์ประดับช้างเอราวัณ

บันไดขึ้นชันแค่ไหน ชาวต่างชาติที่มาชมความงามก็ไม่ย่อท้อ
ปีนขึ้นไปจนถึงยอดทุกราย แต่อย่างที่บอกครับ ขาขึ้นไม่เท่าไร
อีตอนลงสิ มันเสียววววว

ยักษ์เฝ้าทางเข้าพระอุโบสถ ที่เค้าเรียกว่ายักษ์วัดแจ้ง
มีป้ายให้นักท่องเที่ยวเอาหน้าไปใส่แล้วถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วย
มองเห็นชาวต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทยแล้วมีความสุขแบบนี้ ผมก็พลอยมีความสุขไปด้วย

การท่องเที่ยวนี่ดีมากๆเลยนะครับ ทำรายได้เข้าประเทศดีกว่าส่งสินค้าออกชนิดไหนๆ
นักท่องเที่ยวเอาเงินมาให้คนไทยถึงที่ ไปเที่ยวที่ไหน ก็กระจายรายได้ไปถึงที่นั่น
ขอเพียงชาวไทย อย่าไปเอาเปรียบ หลอกลวง หรือโกงนักท่องเที่ยว
เรามีของดีอยู่แล้ว ต้องช่วยกันรักษากันให้ดีๆ ทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีนะครับ

พอดีเดินมาเจอท่าเรือข้ามฟากไปยังฝั่งท่าเตียน ข้ามไปฝั่งนู้นดีกว่า ^^
กลางแม่น้ำน่าจะถ่ายภาพพระปรางค์ได้สวย

พอมาถึงท่าเตียน เห็นฝรั่งนั่งเรือด่วนเที่ยวกัน เออ เข้าท่าดีแฮะ น่าสนุก
เรือด่วนนี่ เมื่อก่อนเคยแต่นั่งไปเรียน ไปทำงาน แต่ก็ไม่เคยนั่งเที่ยวให้ถึงท่าน้ำนนท์เลยสักที
เดี๋ยวมาเขียนต่อ blog หน้าพาไปลงเรือล่องแม่เจ้าพระยาครับ ^^

รวมหัวข้อพาเที่ยววัดในกรุงเทพฯ