เมื่อราวๆต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ผมได้ข่าวเกี่ยวกับงานบุญหล่อพระ ณ วัดบางนมโค อ.เสนา
ซึ่งประกอบกับผู้บริหารบริษัทที่ผมทำงานอยู่ ก็ได้ประกาศข่าวดีเรื่องโบนัสกลางปีเช่นกัน
งานบุญหล่อพระ เป็นสิ่งที่ผมคิดไว้ในใจ ตั้งแต่ได้อ่านเรื่องอานิสงส์ในการสร้างพระพุทธรูปจาก blog ของคุณลิงน้อย
เมื่อประกอบกับการเงินที่ทางบริษัทได้ให้ความกรุณาแก่พนักงาน ผมจึงไม่รอช้า ตอบตกลงร่วมงานบุญทันที

ดังนั้น บุญกุศลครั้งนี้ ส่วนหนึ่ง ผมขออุทิศให้แก่บริษัทและบุคคลที่มีส่วนผลักดันโบนัสก้อนนี้ด้วย . . . สาธุ

ท่องเที่ยวไทย

สำหรับวัดบางนมโค (หลวงปู่ปาน) นี้ เป็นวัดเก่าแก่ มีมาแต่สมัยอยุธยา
ผมจึงได้คัดลอกประวัติของวัด มาให้ได้อ่านประดับความรู้กันเล็กน้อยครับ

ความเป็นมาของวัดบางนมโค

ตั้งอยู่ริมน้ำบนฝั่งขวาของแควน้ำน้อย ซึ่งแยกจากแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่บริเวณหมู่ที่ 2 ต.บางนมโค
อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ห่างจากที่ว่าการอำเภอเสนา ประมาณ 2 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.ใด
ไม่พบหลักฐานยืนยัน แต่เจ้าพนักงานศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยาได้มาสำรวจที่ดิน พบว่า วัดบางนมโค
เป็นวัดโบราณสถาน แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกรมศิลปากร สันนิษฐานกันว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
เพราะเป็นวัดที่เก่าแก่มากวัดหนึ่งก่อนที่จะมีการปรับปรุงก่อสร้างเพิ่มเติม ดังที่เห็นปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้

เมื่อครั้งกองทัพพม่ายกเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา ในปี พ.ศ. 2310 นั้น พม่าได้มาตั้งค่ายกองกำลังที่สีกุก
อำเภอบางบาล ซึ่งห่างจากวัดบางนมโคประมาณ 2 กิโลเมตรเศษ พม่าได้ทำการกวาดต้อนผู้คน วัวควายในทุ่งแถบนี้
ไปเป็นเชลย เป็นพาหนะ เป็นอาหาร สำหรับเป็นเสบียงสนับสนุนกองทัพ เอาโคของประชาชนไปอยู่ในในที่กองกำลัง
จนกระทั่งโคของประชาชนในแถบนี้เหลือน้อยลงจนเกือบหมด ประชาชนจึงได้เรียกชุมชนแถบวัดนี้ว่า “ล้างนมโค” ต่อมา
ประชาชนมีความคิดว่าควรจะเปลี่ยนชื่อจาก “ล้างนมโค” เป็น “บางนมโค” เนื่องจากชุมชนนี้เลี้ยงวัวกันมาก
ชาวบ้านจึงพูดติดปากว่า “บางนมโค” ทางวัดจึงได้ชื่อมาจากเหตุดังกล่าวว่า “วัดบางนมโค” ตามชื่อที่ชาวบ้าน
เรียกกันจนติดปากสืบมา

เมื่อปี พ.ศ. 2458 ในสมัยที่ท่านสมภารเย็นเป็นเจ้าอาวาส ท่านพร้อมด้วยพระสงฆ์ ตลอดจนชาวบ้านมากมาย
ได้พร้อมใจกันทำการปรับปรุงก่อสร้างถาวรวัตถุที่กำลังทรุดโทรม ให้คืนสภาพเหมือนเดิม และได้วางแผนผัง
ในการก่อสร้าง หอสวดมนต์ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ เจดีย์ วิหาร (ต่อมาชำรุดมาก จะซ่อมก็คงไม่คุ้ม ทางวัดจึงรื้อ)
และถนนรอบบริเวณวัดและสิ่งอื่น ๆ อีกมาก ยังเป็นสมบัติตกทอดมาจนถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งบรรดาท่านพุทธมามกชน
ได้มีส่วนบริจาคทรัพย์ร่วมกันในการปฏิสังขรณ์อีกเป็นอันมาก

ท่องเที่ยวไทย

เมื่อตอนที่ผมมาถึงนั้น ยังเป็นเวลาเช้าอยู่มาก ผมจึงยังพอมีเวลาเดินดูบรรยากาศในการจัดเตรียมพิธี
ส่วนปุ้มก็ไปช่วยแม่ครัวประกอบอาหารที่โรงทาน เรียกว่า เอาแรงช่วยทำบุญครับ

สำหรับหมูตัวที่เห็นนอนอยู่กลางสนามนั้น แรกทีเดียวผมนึกว่าเขาฆ่ามันเพื่อประกอบพิธี แต่จริงๆแล้ว
ผมเข้าใจผิดครับ มันนอนของมันตรงนั้นอยู่อย่างนั้นเอง ตอนที่เขาประกอบพิธี เขาก็เอามันไปหลบไว้ที่อื่น
เข้าใจว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงของที่นี่ เหมือนสุนัข มากกว่าที่จะเป็นสัตว์ที่เอาไว้ประกอบพิธี

ท่องเที่ยวไทย

ท่องเที่ยวไทย

เดินไปดูบริเวณลานกว้าง เห็นมีเตาหลอมและพระพุทธรูปที่ยังไม่ได้เททอง
คนงานกำลังขะมักเขม้น เร่งไฟเพื่อทำการหลอมเนื้อโลหะ ไฟร้อนรงมากครับ
แค่เดินผ่านไกลๆ ก็รู้สึกได้ถึงความร้อนมาโดนผิววูบๆ

ท่องเที่ยวไทย

เห็นบายศรี สวยสดงดงาม อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปเก็บไว้

ท่องเที่ยวไทย

วงดนตรีไทยเด็กนักเรียน ร่วมบรรเลงตลอดงาน

ท่องเที่ยวไทย

ท่องเที่ยวไทย

ท่องเที่ยวไทย

ศาลานี้เป็นที่รับรองพระเกจิอาจารย์ดังๆ มากมายหลายท่าน หลายองค์ มาร่วมพิธี

ท่องเที่ยวไทย

มองดูในลานพิธียังไม่เริ่ม ออกเดินสำรวจวัดสักเล็กน้อยดีกว่า

ท่องเที่ยวไทย

วัดนนี้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย มีปลาชุกชุมอยู่ที่ศาลาท่าน้ำของวัด
ด้วยคงจะรู้ว่าเป็นเขตอภัยทาน ปลอดภัยแก่ชีวิต และมีคนใจบุญให้อาหาร
ปลาจึงมาอยู่ที่ท่าน้ำนี้มากเป็นพิเศษ ถ้าท่านใด มีโอกาสได้มาสักครั้ง
แนะนำว่าให้ซื้อขนมปังเป็นทานให้แก่ปลา ก็จะดีไม่น้อยเลยครับ

สำหรับงานนี้ มีพระสงฆ์รับนิมนต์มาร่วมพิธีมากถึง 1,250รูป
เมื่อยังไม่ถึงเวลาพิธี บางท่านจึงรอเวลาด้วยการมาให้อาหารปลาที่ท่าน้ำนี้

ท่องเที่ยวไทย

ได้ยินเสียงโฆษกเริ่มพูดประกาศ ผมจึงเดินย้อนกลับไปพาแม่ครัวมาทำบุญกัน
ทางวัดได้เตรียมแผ่นทองไว้ให้ เราทำบุญแล้วก็เอาตะปูเหล็ก เขียนชื่อลงบนแผ่นทอง
จากนั้นก็เอาไปส่งลงลงในเตาหลอมครับ ที่เห้นในรูปคือต่างคนต่างเดินไปหา
เตาหลอมที่เปดเตาออกมา รับหลอมแผ่นทอง ต้องมองดูว่าเตาไหนกำลังเปิดอยู่

ท่องเที่ยวไทย

ท่องเที่ยวไทย

กำลังเดินอยู่ ก็พอดีมีการประโคมแตรสังฆ์
แล้วพระสงฆ์ทำพิธีบวงสรวง น่าจะเป็นการบูชาเทพยดา
ดูบายศรีสิครับ สูงแค่ไหน

ท่องเที่ยวไทย

เอาล่ะ เดินกลับไปหาเตาหลอมที่กำลังจะเปิดกันต่อ เจอพอดีครับ

ท่องเที่ยวไทย

เอาแผ่นทองและโลหะที่ต้องการจะหลอม ใส่ลงในกระบวยยาวๆนั่น
เจ้าหน้าที่เขาก็จะเอาลงในเตาหลอมให้

ท่องเที่ยวไทย

บางคนเอาพระเหรียญมาหลอมก็มี ส่วนที่เห็นเป็นพานนั้น
คือพานทองเหลืองเก่าก็เอามาร่วมหลอมด้วย
เรียกว่าจะหลอมด้วยโลหะอะไร ก็อยู่ที่ใครมีศรัทธามากน้อยแค่ไหนครับ

ได้ยินคนคุยกันแว่วๆมาจากข้างหลังผมว่า “เธอๆ ถอดสร้อยทองลงไปหลอมด้วยสิ”

ท่องเที่ยวไทย

ท่านที่เกรงว่าบุญจะไม่ถึงอย่างใกล้ชิด ก็โยนลงเตาได้เองเช่นกัน
(ถ้าไม่กลัวขนที่แขนจะเกรียมไปเสียก่อนนะครับ)

ท่องเที่ยวไทย

เอาโลหะต่างๆลงเตาเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะปิดเตา เร่งไฟอีกครั้ง

ท่องเที่ยวไทย

ท่องเที่ยวไทย

ท่องเที่ยวไทย

พระเกจิอาจารย์ ลงประจำตำแหน่งรอบทิศ

ท่องเที่ยวไทย

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีเครื่องบวงสรวงองค์สมเด็จพระนเรศวรด้วย
เพราะงานนี้ นอกจากหล่อพระพุทธรูปแล้ว ก็มีพระบรมรูป องค์สมเด็จพระนเรศวรด้วย

เอาละครับ พิธีเททองหล่อพระ กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
ผมขอแยกในส่วนของการเททองไปที่ งานหล่อพระวัดบางนมโค ตอนที่ 2 นะครับ

Advertisements