น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
เมื่อราวๆปลายปีที่ผ่านมา เราสองคนไปนอนเล่นที่
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นอช.เขื่อนศรีนครินทร์
ซึ่งแต่แรกก็ไม่ได้คิดจะไปแค่สองคนหรอกครับ
แต่ทำไปทำมา เพื่อนฝูงติดธุระกันหมด
แถมบางคนก็ยังคงถูกน้ำท่วมบ้าน
หรือไม่ก็ซ่อมแซมบ้านหลังจากน้ำเพิ่งลดไป
แต่เราสองคนก็ยังคงตั้งเป้าหมายไว้แล้ว
เลยตัดสินใจว่าจะไปกันสองคนนี่แหละ ก็ตั้งใจไว้แล้วนี่

ปั๊มบางจาก นาเกลือพระราม2 สมุทรสงคราม
ปั๊มบางจาก นาเกลือพระราม2

ทริปนี้เริ่มจากตอนเช้ามืด ขับรถมาถึงปั๊มบางจาก นาเกลือพระราม2
ก่อนถึงทางเลี้ยวเข้าแม่กลองนิดเดียว อาจจะสงสัยว่า
จะไปกาญจนบุรี ทำไมถึงต้องมาทางนี้ ต้องอย่าลืมว่า วันนั้น
น้ำยังคงท่วมถนนเพชรเกษมอยู่เลยครับ เลยต้องอ้อมมาทางแม่กลอง
คนอื่นๆเขามักจะเลี่ยงไปวิ่งเส้นกระทุ่มแบน
แต่ผมไม่เอาด้วยหรอก รถติดมาก แถมทางยังพังยับเยินอีก
มาทางแม่กลองนี่แหละ แล้วค่อยขึ้นไปออกเพชรเกษม
ทางโล่ง เรียบ สภาพดี ขับรถง่ายสบาย

อาหารทะเลสดๆที่ตลาดแม่กลอง
อาหารทะเลสดๆที่ตลาดแม่กลอง

ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่วิ่งมาทางนี้ก็เพราะ
จะได้แวะตลาดแม่กลองซื้ออาหารทะเลไปทำกินในป่าด้วย ^^
ออกจากปั๊มบางจาก ไม่กี่นาทีก็มาถึงตลาดแม่กลอง

เดินเข้าไปตามทางรถไฟ ก็จะพบกับอาหารทะเลสดๆ
ที่มีให้เลือกมากมาย อย่างที่เห็นในภาพนั้นเป็นฉลาม
แต่ไม่ได้ซื้อมานะครับ ถ่ายมาให้ดูกันเฉยๆ

เราเดินอยู่ไม่นานก็ได้กุ้งลายเสือและปลาหมึกสดอย่างละ
ครึ่งกิโล เครื่องปรุงต่างๆ เช่น เครื่องต้มยำก็หาซื้อจากที่นี่ได้

ตลาดนี้เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “ตลาดร่มหุบ”
เพราะวางขายกันริมทางรถไฟ เมื่อใดที่รถไฟวิ่งมา
พ่อค้าแม่ขายก็ต้องหุบร่ม เก็บของให้พ้นทาง
รายการทีวีหลายรายการมาถ่ายทำ
เลยทำให้นักท่องเที่ยวมากขึ้นไปด้วย

และไม่ทราบว่าด้วยเหตุนี้หรือเปล่าจึงทำให้ราคาของสดในตลาดนี้
ไม่ได้ถูกมากเหมือนอย่างเดิมที่พวกเราเคยมาซื้อกัน

แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะถึงราคาจะขยับขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังนับว่าไม่แพงอยู่ดี จับจ่ายซื้อของกันแล้ว
เราก็ออกเดินทางยังจุดหมายต่อไป “ตลาดโพธาราม”

หอนาฬิกากลางตลาดโพธาราม
หอนาฬิกากลางตลาดโพธาราม

ถ้าดูจากแผนที่แ้ล้ว เมื่อเราเดินทางจากแม่กลอง
ขึ้นมาถึงถนนเพชรเกษม ถ้าจะไปกาญจนบุรี
ก็ต้องผ่านบ้านโป่ง ทีนี้การจะไปบ้านโป่ง
ก็มีทางเลือกสองทางคือ กลับเข้าถนนเพชรเกษม
หรือไม่ก็วิ่งตรงเข้าโพธาราม แล้วค่อยไปบ้านโป่ง
เราเลือกทางไปผ่านโพธารามครับ
เพื่อที่จะได้แวะตลาดโพธารามไปด้วย

และเหตุที่ต้องผ่าน “ตลาดโพธาราม” ก็เพราะว่า
ตลาดเช้าต่างจังหวัด เป็นเสน่ห์ของการเดินทางอย่างหนึ่ง
เพราะการเยี่ยมตลาดเช้าของแต่ละท้องถิ่น
เราจะได้เห็นได้รู้ได้สัมผัสกับความเป็นอยู่ของท้องถิ่นนั้นๆ
ผ่านทาง ของกิน ของซื้อ ของขาย ที่อยู่ในตลาดนั่นเอง
ตลาดวันนี้ก็ดูคึกคักถึงเป็นวันศุกร์ ผู้คนก็ยังมากันไม่น้อย

ขนมผักกาดโพธาราม
ขนมผักกาดโพธาราม

เราสองคนเดินไปทั่วๆก็พบกับร้านขายขนมร้านหนึ่ง
มีคนมุงซื้อกันจนแน่นรถเข็น ชะโงกไปดูก็พบว่า
เป็นขนมที่ไม่เคยเห็นที่อื่น ถามได้ความว่าเป็นขนมหัวผักกาด
แต่ดูยังไงก็ไม่เหมือนขนมหัวผักกาดที่ผมเคยกินครับ

หน้าตาของขนมผักกาดที่นี่ จะเป็นแบบในภาพ
ผมลองซื้อชิมดูแล้ว บอกได้คำเดียวว่า “อร่อย
ใครไปโพธาราม แวะเข้าตลาดเช้า
หารถเข็นขายขนมคันที่คนมุงกันเยอะๆนั่นแหละครับ
จริงๆแล้วผมเคยมาที่โพธารามเป็นครั้งที่สอง
ครั้งก่อนนั้นมาซื้อไม่ทัน เห็นครั้งแรกคนเยอะ
เลยคิดว่าเดินไปก่อน กลับมาค่อยแวะซื้อที่ไหนได้
เดินกลับมาเกลี้ยงแล้ว ขายดีจริงๆ ก็คนซื้อแน่นขนาดนั้น ไม่มีจังหวะถ่ายรูปเลย
รูปประกอบรูปนี้ ผมจึงต้องไปหยิบมาจากแฟนเพจ “อย่าลืมโพธาราม” ครับ

ริมน้ำแม่กลอง โพธาราม
ริมน้ำแม่กลอง โพธาราม

ตลาดเก่าส่วนมากมักจะมีทำเลตั้งอยู่ริมน้ำ
เพราะเป็นเส้นทางสัญจรของคนไทยโบราณ
ที่โพธารามนี่ก็เหมือนกันครับ
ด้านหลังตลาดจะเป็นแม่น้ำไหลผ่าน
และแล้วผมก็ได้ความคิดอีกอย่างขึ้นมาในหัว
ก็แม่น้ำแควที่ไหลมาจากกาญจนบุรีน่ะ
เป็นแม่น้ำเดียวกับแม่น้ำแม่กลองนี่ครับ
ที่กาญฯเรียกแม่น้ำแคว ไหลผ่านราชบุรี
ก็เรียกแม่น้ำราชบุรี พอถึงแม่กลอง
ก็เป็นแม่น้ำแม่กลอง

ทีนี้ถ้าผมขับรถเลียบแม่น้ำขึ้นไปเรื่อยๆ มันก็ต้องไปถึงเมืองกาญฯได้แน่ๆ
คิดแล้วก็เปิดแผนที่ อ๊ะ จริงๆอย่างที่คิดไว้ครับ เลียบแม่น้ำย้อนขึ้นไปจะเป็นบ้านโป่ง
แล้วพอเลยบ้านโป่งไปก็เป็นกาญฯ ก็เลยเกิดความคิดใหม่ว่า เราจะข้ามแม่น้ำไปก่อน
แล้วค่อยไปขับรถเลียบไปทางฝั่งโน้น เพราะเห็นจากแผนที่ว่าจะผ่าน “โบราณสถานพงตึก
และเป็นทางเลียบแม่น้ำ น่าจะมีอะไรสวยๆให้ได้ดูข้างทางเพลินๆ
ว่าแล้วก็ขับรถขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำไปอีกฟากทันที ลงจากสะพานเลี้ยวขวา วิ่งเลียบน้ำไปเรื่อยๆ
ผ่านชุมชนบ้าง บางช่วงก็จะเห็นแม่น้ำอยู่ข้างๆ สักพักหนึ่งก็มาถึง พงตึก อยู่ทางซ้ายมือ

เลียบแม่น้ำแคว / แม่กลอง ?
เลียบแม่น้ำแคว / แม่กลอง ?

โบราณสถาน พงตึก
โบราณสถาน พงตึก

เกาะสะพานโบราณ
เกาะสะพานโบราณ

จากข้อมูลที่ได้อ่านมา พงตึก เป็นชุมชนโบราณสมัยทวารวดี เป็นจุดพักของกองคาราวาน
มีโบราณสถานที่ถูกค้นพบมาตั้งแต่สมัย ร.๕ โบราณวัตถุต่างๆจึงถูกนำไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์

ผ่านพงตึก ขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำ ก็เกือบถึงตัวเมืองกาญฯแล้ว
ขับต่อมาสักพักหนึ่งก็ถึงเขื่อนศรีนครินทร์ ปากทางเข้าน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
โดยเราสองตั้งใจจะพักทานข้าวกลางวันกันที่นี่

เขื่อนศรีนครินทร์
เขื่อนศรีนครินทร์
เขื่อนศรีนครินทร์
เขื่อนศรีนครินทร์
เขื่อนศรีนครินทร์
เขื่อนศรีนครินทร์

ร้านอาหารบนสันเขื่อนศรีนครินทร์
ร้านอาหารบนสันเขื่อนศรีนครินทร์
อาหารกลางวันบนสันเขื่อนศรีนครินทร์
อาหารที่ร้านบนสันเขื่อน บรรยากาศดีราคาถูก
นาฬิกาแดด
นาฬิกาแดดขนาดยักษ์ สัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเขื่อนศรีนครินทร์
ถนนจากเขื่อน
สองข้างทางเรียงรายไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น


ซึ่งจริงๆแล้ว ถ้าไม่อยากลุยทางลูกรัง
ก็สามารถไปใช้บริการแพได้ครับ
เอารถลงแพ ข้ามอ่างเก็บน้ำ
ไม่ต้องวิ่งทางลูกรังไกลขนาดนี้
แต่เราสองคนเลือกที่จะไม่ลงแพ
เพราะคิดว่าถ้าขับรถไป
ก็จะได้ชมบรรยากาศสองข้างทางไปด้วย

ขับเข้ามาได้สักพัก มองไปข้างทางก็เห็นวิวอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์

วิวข้างทางเข้าน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
วิวข้างทางเข้าน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

แต่ อนิจจา ทางที่คิดว่าขับไปจะชิวๆ ดูวิวสวยๆไปเรื่อยๆ กลับไม่เป็นอย่างนั้น
ทางเส้นนี้กำลังถูกดัดแปลงไปเป็นทาง ราดยาง หรือ แอสฟัลท์
รถสิบล้อขนดินวิ่งเข้าออกกันฝุ่นตลบ สภาพทางย่ำแย่มาก
ไม่เหมาะกับรถเล็กเป็นอย่างยิ่ง (ดูยาริสคันข้างหน้าเป็นเยี่ยงอย่าง)

ทางลูกรัง กำลังสร้างเป็นทางราดยาง
ทางลูกรัง กำลังสร้างเป็นทางราดยาง

แต่โชคชะตา ก็ยังไม่ได้โหดร้ายไปทั้งหมด เส้นทางบางช่วงก็เป็นทางที่ราดยางเรียบร้อยแล้ว
พร้อมทั้งวิวสวยๆให้เราได้ถ่ายรูปกันแบบนี้ก็มีสลับกับทางโหดๆเป็นระยะๆ

ทางเข้าน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
ทางเข้าน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น บางช่วงถูกปรับเป็นทางราดยางแล้ว

เมื่อใกล้ถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ทางก็เป็นอย่างที่เห็นนี่ละครับ สวยงามมาก

ใกล้จะถึงทางน้ำตกแม่ขมิ้น
ใกล้จะถึงทางน้ำตกแม่ขมิ้น

จุดกางเต๊นท์ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
จุดกางเต๊นท์ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

ในเมื่อมาถึงแล้ว ก็รีบจัดแจงกางเต๊นท์สำหรับจุดกางเต๊นท์ที่นี่ มีเอกลักษณ์พิเศษ
ไม่เหมือนที่ไหนๆที่เราสองคนเคยไปมาก่อน

อย่างแรกคือ วิวข้างหน้า จะเห็นอ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่ แต่นั่น ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด
แค่จุดกางเต๊นท์ ที่มีวิวข้างหน้าเห็นอ่างเก็บน้ำ หลายๆที่ก็มี
จุดเด่นอีกอย่างคือ ข้างๆที่ผมกางเต๊นท์เป็นน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นชั้นที่ 4 ครับ
เรียกว่านอนไป ฟังเสียงน้ำตก ซ่าๆๆๆ มันช่างสุดยอดจริงๆ

นอนฟังเสียงน้ำไหลไปด้วย ชมวิวอ่างเก็บน้ำไปด้วย
บรรยากาศดีๆแบบนี้มันคุ้มที่จะขับรถมานอนเล่นสักคืนสองคืนไหมละครับ

วิวอ่างเก็บน้ำจากจุดกางเต๊นท์น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
วิวอ่างเก็บน้ำจากจุดกางเต๊นท์น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
กางเต๊นท์ วางโต๊ะ
กางเต๊นท์ วางโต๊ะ จัดของ

จัดของ กางเต้นท์ เสร็จเรียบร้อย เสียงน้ำตกดังซ่าๆก็เย้ายวน
ชวนให้ต้องเดินไปดูใกล้ๆ ก็น้ำตกอยู่ห่างจากเตันท์แค่ไม่กี่สิบก้าวแค่นั้น

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นชั้นที่ 4
ป้ายน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นชั้นที่ 4
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว
อีกมุมหนึ่งของน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว

พอเดินมาดูใกล้ๆแบบนี้ พาให้อยากจะไปดูน้ำตกทั้งหมด 7 ชั้นเสียวันนั้นเลย
แต่มาคิดอีกที เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไม่มีอะไรทำ มันก็จะว่างเกินไป

ว่าจะเดินกลับเต้นท์ก็พอดีเหลือบไปเห็นสายรุ้ง!!??

รุ้งประดิษฐ์ ??
รุ้งประดิษฐ์ ??

หิวแล้วรีบเดินกลับเต้นท์ งัดเอาอาหารทะเลที่ซื้อจากแม่กลองมาจัดการ
ติดเตาถ่าน แล้วจากนั้นก็เอากุ้งลายเสือตัวใหญ่ขึ้นย่าง เย็นนี้อร่อยแน่ อิอิ

กุ้งเผา
อาหารเย็นวันนี้ ไปไกลถึงพม่า (ย่างกุ้ง)

อาหารเย็นวันนี้ก็เสร็จสิ้นด้วยฝีมือของปุ้ม

หน้าตาของอาหารเย็นวันนี้
หน้าตาของอาหารเย็นวันนี้

และแล้วก็จบวัน ด้วยการนั่งกินซีฟู้ด พร้อมชมวิวอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์

ทานอาหารเย็น ชมวิวอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์
ทานซีฟู้ด พร้อมชมวิวอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์

ที่เห็นนี่ยังไม่หมดนะครับยังมีอีกวันหนึ่ง
อ่านตอนต่อไปได้ที่นี่ครับ (น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น เดินเล่นชิลๆ ชมน้ำตกทั้ง ๗ ชั้น)

(ข้างล่างนี้ มีช่องให้ใส่คอมเม้นท์ บล้อกทำมาผิดพลาดตรงไหน ติชม เชิญคอมเม้นท์ได้ครับ)