ต่อเนื่องจาก blog ที่แล้ว ทริปพะเนินทุ่งวันแรกครับ
เขียนค้างไว้เป็นเดือนด้วยความขี้เกียจ แหะๆ

พะเนินทุ่ง
ตื่นเช้าวันต่อมาก็รีบไปที่จุดชมวิว กม.๓๖ เพื่อไปชมทะเลหมอกยามเช้า
เจอเจ้าตัวนี้กลางทางครับ “ไก่ป่า”


ทะเลหมอกยามเช้าสวยมากครับ หมอกหนาแน่นจริงๆ มองไม่เห็นหุบเขาข้างล่างเลย
เล่ากันว่า ที่นี่ มีทะเลหมอกให้ดูทุกวัน 365 วันตลอดปี ไม่มีที่ไหนเหมือน


ต้นไม้ใบหญ้า ดอกไม้ป่า ดูมีชีวิตชีวาดีครับ


บอนกระดาษ ต้นบอนยักษ์ขนาดใหญ่กว่าตัวคน ที่ใครๆมาก็ต้องมายืนถ่ายรูปกัน
แต่สำหรับผม ไปยืนไม่ได้เพราะคันข้างหลังเขาตามมาหลายคัน มัวแต่ไปยืนถ่ายรูป
นอกจากจะเกรงใจคนข้างหลังแล้ว อาจจะได้กินฝุ่นเป็นของอาหารว่าง


ปล่อยรถวิ่งลง ตามกันไปทีละคันๆ ถ้าคันหน้าช้า คันหลังก็จะช้าตามไปด้วย
ทางแคบ แซงกันไม่ได้ครับ ข้ามหนองข้ามห้วยก็ค่อยๆข้าม ทีละคันๆ
แอบนินนาคันข้างหน้าถัดไปอีกสามคันหน่อยเถอะ วิ่งช้าจริงๆครับทั่น
ทำเอาคนข้างหลังที่ตามลงมาว่าห่างแล้ว มาออติดกันเป็นพรวนแบบนี้


ดูสภาพทางเอาเถอะครับ ใครจะอยากไปวิ่งตามคันอื่นใกล้ๆ ฝุ่นทั้งน้านนน
ท่านที่คิดจะมา แล้วเอารถตัวเองจอดไว้ เช่ารถขึ้นมาแทน ลองดูภาพข้างบนครับ
โดนเข้าไปชุดนี้ ผมของท่านจะเปลี่ยนสีทันตาเห็น 555+


ลงมาสักพักก็ถึงเขื่อนแก่งกระจานครับ บรรยากาศริมน้ำ กางเต๊นท์กันริมน้ำนี่แหละ


นกน้ำสีสวย ค้นในเว็บ เขาว่าเป็น “นกกินเปี้ยว” คือนกที่กินปูเปี้ยว (ไม่ใช่ปูเปรี้ยวนะครับ)
ภาษาอังกฤษเรียกนก KingFisher


ถ่ายจากสันเขื่อนแก่งกระจานครับ


เดินเล่นไม่ไกลจากที่ทำการอุทยาน มีสะพานแขวนอยู่ ลองเดินข้ามดู
เห็นมีปลามารอใต้สะพาน เลยซื้ออาหารปลามาให้มันกินกัน
มีวางขายอยู่ริมสะพาน แต่ไม่มีคนขายครับ เขาอาศัยว่าคนมาหยิบจะซื่อสัตย์
ซึ่งทุกคนที่หยิบไปก็จะหยอดเงินลงกล่องเป็นค่าอาหารปลาครับ


คณะนักตกปลา บางคนก็เรียกที่นี่ว่าเป็นสวรรค์ของนักตกปลา


กำลังนั่งเพลินๆ เห็นที่สะพานไกลๆ อ๊ะๆ มีคู่รักเดินจูงมือกันมา โรแมนติกซะ


ลาทริปนี้ไปด้วยไก่ย่างกระทะ อาหารค่ำของคืนนั้นครับ