ช่วงนี้ ขอทะยอยนำเอาทริปเก่าๆที่ยังไ่ม่ไ้ด้เล่าสู่กันฟังมาให้อ่านครับ
เพราะเพิ่งกลับไปจัดการไฟล์ภาพต่างๆก็พบว่า มันมีเยอะเหลือเกิน

สำหรับทริปนี้ เรื่องของเรื่องคือ ราวๆเดือนธันวาคม 2553 เราสองคนก็เกิดนึกอยากไปนอนป่าอีกแล้ว
ทีนี้ก็ขี้เกียจจะไปไหนไกลๆ นึกไปนึกมา ทองผาภูมินี่ละ ใกล้และสะดวก อีกทั้งสภาพแวดล้อมมีหลากหลาย
ทั้งป่า ทั้งน้ำตก และแหล่งท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรมอย่างหมู่บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก ฯลฯ

ขับรถ ฝ่าสายหมอก ไปทองผาภูมิ
เช้ารีบออกแต่เช้ามืด มาถึงเขต อ.ทองผาภูมิก็ยังเช้าอยู่ หมอกยังเต็มถนนจนเหมือนขับฝ่าก้อนเมฆ

ภูเขาเด่นเป็นสง่า ก่อนถึง อ.ทองผาภูมิ
ขับต่อมาอีกไม่นานนัก พอใกล้ถึง อ.ทองผาภูมิ ก็จะเห็นภูเขาเด่นเป็นสง่าขวางทางอยู่แบบนี้

ขับรถผ่านหลายโค้ง จากตัว อ.ทองผาภูมิ จนถึงที่ทำการ อช.ทองผาภูมิ พอจ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆเสร็จแล้ว
ก็ขับรถเข้าไปก็เจอเจ้านกเงือกตัวนี้บินตัดหน้ารถ แล้วโผไปเกาะกิ่งไม้ที่อยู่ตรงหน้ารถเราพอดี

แจ๋วแหวว นกเงือกเจ้าถิ่น
แจ๋วแหวว นกเงือกเจ้าถิ่น

เห็นเจ้าหน้าที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่มันเกาะ เลยไปสอบถามได้ความว่า เจ้านกเงือก หรือ นกกาฮังตัวนี้ชื่อ แจ๋วแหวว
เป็นขาใหญ่ประจำ อช.ทองผาภูมิ ใครมาที่นี่จะต้องได้เจอกันทั้งนั้น นักท่องเที่ยวชอบ เพราะถ่ายรูปมันง่ายดี ^^

แจ๋วแหวว นกเงือกเจ้าถิ่น
แจ๋วแหวว นกเงือกเจ้าถิ่น กำลังมองมาที่รถเรา

หลังจากนั้น เราก็ขับไปจอด เลือกทำเลกางเต๊นท์ เสร็จแล้ว ก็ออกมาถ่ายรูป ณ.จุดชมวิว รำลึกความหลังเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

จุดชมวิว อช.ทองผาภูมิ
จุดชมวิว อช.ทองผาภูมิ

มองออกไปจะเห็นเขาช้างเผือก ดูดีๆ จะเห็นเป็นหัวช้างและตัวช้าง
แต่มาปีนี้ ดูไป ทำไมหัวช้างถึงมีรอยแหว่งๆ สงสัยช่างตัดผมจะพลาด

เขาช้างเผือก ซูมจากจุดชมวิว
เขาช้างเผือก ภาพซูมจากจุดชมวิว

จัดทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็ออกเดินทาง ขึ้น “ดอยต่องปะแล
ไปหามุมถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดิน เหมือนที่เคยทำเมื่อสองปีก่อน

ทางเดินขึ้น ดอยต่องปะแล
ทางเดินขึ้น ดอยต่องปะแล

ทางเดินขึ้นดอยต่องปะแล เป็นทางเดินเข้าไปในป่าขึ้นดอย ใช้เวลาเดินเท้าประมาณครึ่งชั่วโมง

สภาพทางตอนนี้ เหมือนกับว่าไม่มีใครได้มาเดินบ่อยนัก
ทางรกชัฎกว่าเมื่อสองปีก่อนมาก บางช่วงมีใบไผ่แห้งๆทับถมในทางชัน
ทำให้ลื่น อันตรายต่อการเดิน ต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

ขึ้นดอยต่องปะแลเมื่อครั้งก่อน กะเวลาเยอะไปหน่อย มานั่งคอยบนนี้นานมาก
กว่าที่พระอาทิตย์จะตกดิน มาครั้งนี้ ขึ้นมาถึงยอด ราวๆ 17:30 ก็ยังเร็วไป
พระอาทิตย์ยังค้างอยู่กลางฟ้า เลยหาอะไรถ่ายเล่นรอบๆตัวไปก่อน

ดอกไม้ป่า
ดอกไม้ป่า ไม่รู้ดอกอะไร ใครรู้บอกผมทีเถอะครับ

มองไปมองมารอบๆ ก็เห็นต้นไม้ยืนต้นตายต้นเดิมนี้ ยังเหมือนเมื่อสองปีก่อนแทบไม่ผิดเพี้ยน

ไม้ใหญ่ยืนต้นตาย
ไม้ใหญ่แม้ยืนต้นตาย ก็ยังเป็นที่อาศัยของกาฝากได้
กาฝากเกาะต้นไม้ใหญ่
กาฝากเกาะต้นไม้ใหญ่

ไม้ใหญ่แม้ยืนต้นตายแล้ว แต่ยังเป็นที่อยู่อาศัยของกาฝากไปได้อีกนาน
สะท้อนสัจธรรมบางอย่างของโลกนี้

และแล้วสิ่งที่พวกเรารอคอยก็มาถึง แสงสุดท้ายของปี พ.ศ.2553
แสงสุดท้ายของปีเก่าลาลับไป ปีใหม่ก็กำลังมาเยือนในยามรุ่งของอีกวัน

แสงอาทิตย์สุดท้ายของปี ๒๕๕๓
แสงอาทิตย์สุดท้ายของปี ๒๕๕๓ กำลังลาลับในเขตพม่า
แสงอาทิตย์สุดท้ายของปี ๒๕๕๓
แสงอาทิตย์สุดท้ายของปี ๒๕๕๓

เช้าวันต่อมา เราขับรถมาเที่ยวกันที่บ้านอีต่อง

รถโดยสาร อีต่อง ทองผาภูมิ
ที่บ้านอีต่อง ข้อมูลจาก GPS บอกว่า เราอยู่ติดชายแดนไทยพม่า
ส่วนข้อมูลจาก RV-Meter ติดรถ Triton 4WD ของผม บอกว่า อุณหภูมิภายนอก 14องศา
ความสูงจากระดับน้ำทะเล 850m ความกดอากาศ 912hPa

เนินเสาธง ธงชาติไทย พม่า คู่กัน
เนินเสาธง ปักธงชาติไทย พม่า คู่กัน

มาที่อีต่อง ก็ต้องขึ้นมาที่เนินเสาธง ครั้งนี้ ธงชาติพม่าเปลี่ยนไปจากครั้งก่อน
แต่กระแสลมที่นี่ ยังรุนแรงเหมือนเดิม

จุดเฝ้าตรวจ ช่องทางมิตรภาพ
จุดเฝ้าตรวจ ช่องทางมิตรภาพ

จากเนินเสาธงมาอีกนิด จะพบกับช่องทางมิตรภาพ ผมไม่แน่ใจว่าข้ามตรงนี้ไป เป็นไทยหรือพม่า

เจดีย์และกลุ่มอาคาร ถ่ายจากช่องมิตรภาพลงไป
เจดีย์และกลุ่มอาคาร ถ่ายจากช่องมิตรภาพลงไป

วัดเหมืองปิล็อก
วัดเหมืองปิล๊อก มองลงไปจะเห็นหมู่บ้าน
เจดีย์ของวัดเหมืองปิล๊อก
เจดีย์ของวัดเหมืองปิล๊อก ฉาบทาด้วยสีทองเหลืองอร่าม

เราเดินลงมาจากวัดเหมืองปิล๊อก เข้าสู่บ้านอีต่อง ก็พบกับการแสดงรื่นเริงของชาวบ้าน
ผู้ใหญ่บรรเลงเพลงจังหวะสนุกสนาน เด็กๆมารำกับด้วยลีลารวดเร็วสวยงาม
ผมเลยหยุดดูอยู่พักใหญ่ ก่้อนจะให้รางวัลแก่เด็กๆนางรำไปคนละเล็กละน้อย

ดนตรีพื้นบ้าน
ดนตรีพื้นบ้าน เด็กๆฟ้อนรำ
ดนตรีพื้นบ้าน เด็กๆฟ้อนรำ
ดนตรีพื้นบ้าน เด็กๆฟ้อนรำ
บ่อน้ำหน้าบ้านอีต่อง
บ่อน้ำขนาดใหญ่ หน้าหมู่บ้านอีต่อง

หลังจากเดินชมหมู่บ้านแล้ว เราก็กลับมาที่เต๊นท์ นอนเล่นทานอาหารกลางวันและเตรียมอาหารเย็น
สำหรับมื้อเย็นวันนั้นเป็นเสต็กหมูพริกไทยดำ กินกับบะหมี่แห้งและผัดผัก ตามด้วยไวน์คูลเลอร์ขวดเล็กๆ

รถโดยสาร อีต่อง ทองผาภูมิ

รถโดยสาร อีต่อง ทองผาภูมิ

คำคืนวันนั้น ได้ตะเกียงพม่ามาจุดเล่น ให้บรรยากาศได้ดี

เช้าวันต่อมาเราก็อำลา อช.ทองผาภูมิ ขับรถลงจากภูเขามาก็พบกับรถโดยสารของชาวบ้าน
ที่นั่งโดยสาร ทั้งโหน ทั้งปีนหลังคา่ น่าหวดเสียว เพราะทางลงเขา คดเคี้ยวมากๆ แต่คิดว่าชาวบ้านคงจะชินแล้ว

รถโดยสาร อีต่อง ทองผาภูมิ
รถโดยสาร อีต่อง-ทองผาภูมิ

เรามาแวะตลาดอำเภอทองผาภูมิ ก็พอดีมาพบกับลำธารที่อยู่หลังตลาด สวยงามมาก

ลำธารหลังตลาด อ.ทองผาภูมิ
ลำธารหลังตลาด อ.ทองผาภูมิ
ลำธารหลังตลาด อ.ทองผาภูมิ
ลำธารและสวนสาธารณะ หลังตลาด อ.ทองผาภูมิ

ออกจากทองผาภูมิ เพื่อกลับกรุงเทพฯ ครั้งนี้เราแวะพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด
เพราะคราวก่อนที่ได้มา พิพิธภัณฑ์ไม่เปิด คราวนี้จึงต้องแวะเพื่อถ่ายรูปสักหน่อย

ทางเดินสำรวจธรรมชาติ ช่องเขาขาด
ทางเดินสำรวจธรรมชาติ ที่พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด

ข้างในพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด จัดแสดงให้ความรู้เรื่องการสร้างทางรถไฟสายมรณะไว้เป็นอย่างดี น่าสนใจ
ผมขอแนะนำว่า ใครยังไม่เคยมา ให้รีบมา เพราะน่าสนใจมาก จัดแสดงเป็นแบบสมัยใหม่ เด็กๆก็ดูได้สนุกสนาน

Peace Vessel
ศิลปวัตถุที่จัดวางไว้ได้อย่างสวยงาม ให้ความหมายที่ดี

จากช่องเขาขาด เราก็ขับรถตรงกลับกรุงเทพฯ เป็นอันจบทริป อำลาปีเก่า 2553 ทองผาภูมิ ไว้เท่านี้ครับ