บล้อกนี้เขียนขึ้นเมื่อ [๓ มกราคา ๒๕๕๒]

ต่อจาก blog ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นบันทึกวันสุดท้ายของปี ๕๑
blog นี้เริ่มต้นวันใหม่ของปี ๕๒ ครับ

เช้าวันใหม่ ๒๕๕๒ ตื่นเช้าขึ้นมาก็ต้องรีบไปหามุมถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น
แต่ฟ้าไม่เป็นใจ เมฆมากเหลือเกิน ถ่ายพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นไม่ได้เลยครับ

ยามเช้า อช.ทองผาภูมิ
ยามเช้า อช.ทองผาภูมิ

ออกมาหน้าอุทยาน เตรียมไปน้ำตกจ๊อกกระดิ่น อุ แม่เจ้า คนหรือนี่ ล้นหลาม
นอนกันเกลื่อนกลาดหน้าป้ายทางเข้าอุทยานเต็มไปหมด

หน้าอุทยานวันปีใหม่
หน้าอุทยานวันปีใหม่

ริมถนนสู่ปิล๊อก
ริมถนนสู่ปิล๊อก เนวิเกเตอร์ส่วนตัวของผม เต๊ะท่าถ่ายรูปท้ายเจ้าดำ

หลังจากฝ่าทางเข้าน้ำตก ที่เป็นทางอ๊อฟโร้ดเล็กๆ ชิวๆ 2.8กิโลเมตร
ก็จะถึงทางเข้าน้ำตกจ็อกกระดิ่น จากจุดนี้ต้องเดินเท้าเข้าไป

ทางเดินเข้าน้ำตกจ้อกกระดิ่น
ทางเดินเข้าน้ำตกจ้อกกระดิ่น

เดินไปสักพักได้ยินเสียงเพลงลูกทุ่งอึกทึกครึ้กครื้น นึกว่ากระเหรี่ยงมีงานขึ้นบ้านใหม่
อ้าว ไม่ใช่ครับ รถของพวกนักเที่ยวป่า ที่เอารถออฟโร้ดบุกเข้ามา จอดเสียเกือบถึงน้ำตก
แล้วเปิดเพลงจากเครื่องเสียงดังลั่น จนผมนึกไปว่ามีงานขึ้นบ้านใหม่

เดินผ่านมาอีกนิด ก็ถึงป้ายน้ำตก ที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้
นักท่องเที่ยวส่วนมากก็มาถ่ายที่ป้ายนี้ละครับ

น้ำตกจ้อกกระดิ่น
น้ำตกจ้อกกระดิ่น

มาทองผาภูมิแล้วไม่มาน้ำตกจ๊อกกระดิ่น เหมือนมาไม่ถึงครับ

น้ำตกจ๊อกกระดิ่น
มุมถ่ายรูปที่น้ำตกจ๊อกกระดิ่น
น้ำตกจ้อกกระดิ่น
น้ำตกจ้อกกระดิ่น

เอ้อระเหยอยู่นานไม่ได้ครับ รีบไปหมู่บ้านอีต่องก่อนครับ คนชักเริ่มเยอะแล้ว

ลานจอดรถ น้ำตกจ้อกกระดิ่น
บริเวณลานจอดรถ น้ำตกจ้อกกระดิ่น

บึงน้ำข้างทางเข้าน้ำตกจ๊อกกระดิ่น
บึงน้ำข้างทางเข้าน้ำตกจ๊อกกระดิ่น

ทางเข้าบ้านอีต่อง
ขับรถขึ้นเขาต่อไปอีกไม่นานก็ถึงบ้านอีต่อง

ชาวบ้านอีต่องกำลังสาละวนกับการเตรียมการรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ
แต่ผมลืมถามชาวบ้านไปครับว่าท่านจะเสด็จเมื่อไร จะได้ตามดูข่าวพระราชสำนักได้ถูกวัน

สมเด็จพระเทพฯ
ชาวบ้านกำลังเตรียมรับเสด็จ

มาถึงบ้านอีต่อง สถานที่ที่จะต้องแวะไปชมคือเนินเสาธง
เนินแห่งนี้ เมื่อก่อนพม่าเคยเข้ายึดเพื่อใช้เป็นฐานที่มั่น
กวาดล้างชาวกระเหรี่ยง ทางการไทยจึงขึ้มาตั้งเสาธงใหม่ให่ชัดเจน

ที่นี่ลมแรงมากๆครับ แรงขนาดที่ว่าคนผอมๆ
น้ำหนักแค่ 90 กิโลอย่างผมโดนลมพัดจนเซได้ละครับ
ดังนั้น ถ้าจะยืนชมวิวบนเนินแห่งนี้ พยายามอย่ายืนริมหน้าผาเด็ดขาด

เนินเสาธง
เนินเสาธง ลมแรงมาก

ร้านค้าที่บ้านอีต่อง
ร้านค้าจัดหน้าร้านได้สวยงามน่ารักมากๆ

บ้านเรือนของชาวอีต่องเหมือนอยู่ในหุบเขาเลยครับ
เห็นแล้วอยากย้ายบ้านมาอยู่ด้วยอีกหลัง

ที่นี่เมื่อก่อนเคยเป็นพื้นที่ทำเหมือง เรียกกันว่าเหมืองปิล็อค
ถึงแม้เดี๋ยวนี้เลิกทำไปแล้วแต่ก็ยังเห็นภาพของการทำเหมืองได้รางๆ

บ้านอีต่อง
บ้านอีต่อง

ร้านขายอาหารที่อีต่อง ขายไม่แพงครับ อาหารอร่อย ข้าวกระเพราไข่ดาว
เสริฟพร้อมข้าวหอมร้อนๆ จานใหญ่ขนาดที่คนผอมน้ำหนัก 90 กิโลอย่างผมทานจานเดียวอิ่ม
ทานข้าวไป มองวิวภูเขาไป อือม เข้าท่า

ร้านข้าวแกงบ้านอีต่อง
ร้านข้าวแกงที่บ้านอีต่อง

สะพานหน้าหมู่บ้านอิต่อง
สะพานเก่าแห่งนี้ เหมือนจะเป็นทางเข้าหมู่บ้านดั้งเดิมที่ยังรักษาสภาพไว้ให้ได้ชมกัน

ขับรถออกจากหมู่บ้าน ย้อนลงมาเล็กน้อย จะพบกับทางแยกเลี้ยวขวา
เพื่อเข้าไปดูอุโมงค์เหมืองแร่เก่า ขับฝ่าทางออฟโร้ดเล็กๆมาไม่นาน
เรียกว่ารถขับสองก็พอไปได้ แต่ถ้ารถเก๋ง ผมสงสารช่วงล่างจริงๆครับ

และแล้วภาพของเขาหินตั้งตระหง่านที่ถูกเจาะเสียพรุนก็ปรากฏอยู่ต่อหน้าผม
อุปกรณ์ฉีดน้ำทำเหมืองเก่าก็ยังคงอยู่

อุปกรณ์ทำเหมือง
อุปกรณ์ทำเหมือง

เมื่ออยู่บนเขาลูกนี้ จะสามารถมองลงไปที่บ้านอีต่องได้ชัดเจน

บ้านอีต่องจากมุมสูง
บ้านอีต่องจากมุมสูง

ขับเลยขึ้นมาอีกหน่อยก็จะถึงเนินช้างศึก เป็นที่ตั้งของฐาน ตชด.
จากมุมนี้จะสามารถมองเห็นเขตแดนไทย-พม่า ได้ชัดเจน

โดยพื้นที่ป่าสีเขียวเข้มคือเขตแดนพม่า
ส่วนสันเขาสีเขียวอ่อนนั้นคือเขตแดนไทยครับ

เขตแดนไทยพม่า จากเนินช้างศึก
เขตแดนไทยพม่า มองลงไปจากเนินช้างศึก

มองจากเนินช้างศึกลงไปจะเห็นเนินเสาธงอยู่ลิบๆ
และว่ากันว่า ถ้าฟ้าเปิด จะสามารถมองไปได้ถึงทะเลอันดามันเลยทีเดียว
ภาพนี้พยายามซูมเต็มที่ครับ

เนินเสาธง มองจากเนินช้างศึก
เนินเสาธง มองจากเนินช้างศึก

บ้านอีต่องเมื่อมองจากเนินช้างศึก
บ้านอีต่องเมื่อมองจากเนินช้างศึก

วิวสวยๆอีกมุมมองหนึ่งครับ
วิวสวยๆอีกมุมมองหนึ่งครับ

สภาพของทางขึ้นมายังเนินแห่งนี้ ด้านหนึ่งเป็นเหว เวลารถวิ่งสวนกัน
ต้องหลบหลีกกันให้ดีๆ ถ้อยทีถ้อยอาศัยครับ

ทางขึ้นเนินช้างศึก
ทางขึ้นเนินช้างศึก

ทางขึ้นเนินช้างศึก
ดูกันชัดๆครับ ทางขึ้นเนินช้างศึก

บ้านทาร์ซาน บ้านพักอันโด่งดังของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
วันหลังผมคงต้องหาโอกาสมาพักให้ได้สักครั้ง

บ้านทาร์ซาน
บ้านทาร์ซาน

เช้าวันที่ ๒ มกราคม ข้อมูลจาก RV-Meter ของรถผม
อุณหภูมิวัดได้ 16องศา ความสูง 900เมตร จากระดับน้ำทะเล
ส่วนความกดอากาศ ปกติที่กรุงเทพฯ จะอยู่ที่ประมาณ 1000hPa
แต่ที่มิเตอร์ระบุว่า 910hPa ซึ่งเป็นธรรมชาติของที่สูง อากาศเบาบางลง ความกดอากาศต่ำครับ

RV Meter
RV Meter แสดงความกดอากาศ, อุณหภูมิ และเข็มทิศ

มอง RV-Meter ประจำรถแล้วก็ดูข้อมูลจาก GPS ประกอบกัน
พิกัดละติจูด ลองติจูด ลองเอาไปใส่ในกูเกิ้ลเอิร์ธกันดูได้ครับ ^^
ส่วนความสูงที่ GPS วัดได้ 967m ผิดไปจากที่ RV-Meter วัดได้ไปราวๆ 50เมตร
น่าจะต้องยึดเอาข้อมูลของ GPS มากกว่าครับ
เพราะ RV-Meter ไม่น่าจะวัดความสูงได้ไม่ละเอียดเท่า GPS ครับ

GPS
GPS ติดรถ

ลงจาก อช.ทองผาภูมิตั้งแต่เช้าๆ มาถึงอำเภอทองผาภูมิ ก็แวะตลาดสักหน่อยครับ
อำเภอนี้สวยจริงๆครับ ภูเขาอยู่ข้างหลัง อ่างเก็บน้ำอยู่อีกข้างหนึ่ง

อ.ทองผาภูมิ
อ.ทองผาภูมิ

ปลาเขื่อน ทอด
ปลาเขื่อน ทอด น่ากินมาก

ปลาจากเขื่อน ตัวใหญ่มากๆ น่ากินจริงๆ

ปิดท้าย blog นี้เท่านี้ครับ
ขอให้สุขสันต์วันปีใหม่และต่อไปจนสิ้นปีนะครับ

แผนที่และการเดินทาง
แผนที่
เริ่มจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่นครปฐม
ขับเลยนครปฐมมาไม่ไกล ถึงแยกต่างระดับเข้าบ้านโป่ง ราชบุรี
ขับตามป้ายบอกทางมาเรื่อยๆ เข้าตัวจังหวัดกาญจนบุรี แวะกินข้าวเช้าที่นี่เลยครับ
รวมระยะทางช่วงนี้ประมาณ 130Km

แผนที่
จากตัวเมืองกาญฯ วิ่งตรงไปเรื่อยๆ จะเจอแยกให้เลี้ยวซ้าย
ใช้เส้นทางหมายเลข 323 ผ่านปราสาทเมืองสิงห์ ช่องเขาขาด ไทรโยค
น้ำพุร้อนหินดาด ก่อนเข้าสู่อำเภอทองผาภูมิ จะมีปั๊ม ปตท. ที่มี 7-11 ปั๊มสุดท้าย
แวะเข้าห้องน้ำห้องท่า เติมน้ำมัน ซื้อน้ำแข็งได้ที่นี่ หรือจะเลยเข้าไปซื้อเสบียงที่อำเภอทองผาภูมิก็ได้
รวมระยะทางช่วงนี้ประมาณ 140Km


แผนที่
จากนั้น ใช้ถนนหมายเลข 3272 วิ่งเลียบอ่างเก็บน้ำไปเรื่อยๆ มีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ
ช่วงสุดท้ายปีนเขาคดเคี้ยว 20กว่ากิโล ใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ด้วยครับ
อช.ทองผาภูมิจะถึงก่อนบ้านปิล้อค (บ้านอีต่อง)
รวมระยะทางช่วงนี้ 60Km แต่ใช้เวลาพอๆกับ 2 ช่วงแรกครับ