ความเดิมจากตอนที่แล้ว วัดเทพธิดาราม

ติดกันกับวัดเทพธิดารามก็จะเป็นวัดราชนัดดารามวรวิหาร ซึ่งแต่เดิมเคยถูกบดบังด้วยโรงหนังเฉลิมไทย แต่หลังจากที่เฉลิมไทยโดนทุบ ความสวยงามที่ซ่อนอยู่ก็ปรากฏแก่สายตาผู้คนให้ได้พบเห็น ใครที่อายุเกิน 35 น่าจำเรื่องนี้ได้นะครับ สำหรับผมเองจะจำได้แม่นเพราะเศษเหล็กป้ายชื่อคำว่า “เฉลิมไทย” ได้ถูกขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าใกล้กับโรงเรียนมัธยมที่ผมเรียน เรียกว่าเดินกลับบ้านก็เห็นทุกวันครับ

มาว่ากันต่อที่วัดราชนัดดา วัดแห่งนี้มีจุดเด่นที่โลหะปราสาทอันยิ่งใหญ่งดงาม
และก็อีกเช่นกัน ที่นี่ เป็นที่ที่ผมตั้งใจอยากมาเยี่ยมชมนานแล้ว ใกล้บ้านก็ใกล้
นั่งรถเมล์แค่ต่อเดียว ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ถึง แต่ไม่เคยมาครับ – -”

เอาล่ะวันนี้โอกาสดีก็มาถึงแล้ว จอดรถมอร์เตอร์ไซค์ที่ด้านหลัง คิดค่าจอดแค่ 5 บาท
เงินเข้าวัด ทั้งยังเพิ่งทราบว่าที่ยอดปราสาทมีพระบรมสารีริกธาตุอยู่ด้วยครับ

ใกล้กับที่จอด มีซุ้มประดิษฐานรูปเคารพของพระเกจิอาจารย์อยู่หลายองค์
แถมบริเวณนี้ยังมีร้านให้เช่าบูชาวัตถุมงคลเก่าใหม่มากมายหลายรูปแบบ
ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป เทวรูป เครื่องราง ของขลัง ใครชอบ ใครนิยม
ขอเชิญแวะมาดูมาชมที่นี่ได้ครับ สนามพระวัดราชนัดดา

ภาพปูนปั้น ลายนูนต่ำของพระพุทธเจ้าและอัครสาวก หลบอยู่หลังเจดีย์องค์เล็กใกล้ที่จอดรถมอเตอร์ไซค์

ภาพนี้ น่าจะคุ้นตาหลายๆท่าน ซึ่งปกติจะถ่ายจากมุมด้านหน้าตรงถนนราชดำเนิน
แต่ภาพนี้ ผมถ่ายจากด้านหลัง เพราะว่าผมจอดมอร์เตอร์ไซค์ไว้ด้านหลังน่ะครับ

โลหะปราสาทนี้ ถ้าผมจำไม่ผิด จะเรียกอีกชื่อว่า ปราสาทร้อยยอด
ซึ่งจำลองมาจากของจริง ผมคาดว่าน่าจะจำลองมาจากที่บันทึกในพระไตรปิฎก
เพราะในสมัยพุทธกาล เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ปราสาทน่าจะเป็นศิลปะ
แบบอินเดียมากกว่า แต่ที่เห็นนี้เป็นศิลปะไทยครับ

โลหะปราสาท (ปราสาทร้อยยอด) ถ่ายจากด้านหลัง

ทางเข้าชมภายในตัวปราสาทจะอยู่ด้านข้าง เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติมากันหลายกลุ่มครับ
มีไกด์ชาวไทยนำทางเข้าชมปราสาท สำหรับชาวไทยเข้าชมฟรี ส่วนชาวต่างชาติเก็บ 20 บาทครับ

ทางเข้าชมด้านใน อยู่ด้านข้างของโลหะปราสาท


ยอดปราสาทมุมใกล้ๆ


ซูมให้เห็นชัดๆ ที่เรียกว่าโลหะปราสาท เป็นเพราะส่วนยอดปราสาททำจากโลหะจริงๆ


บริเวณพื้นที่ด้านหน้าของปราสาท ถ่ายจากมุมสูง


ขึ้นไปบนยอด มองไปไกลๆ ผ่านยอดปราสาทเห็นสะพานพระราม 8


มองไปอีกด้านเป็นเจดีย์ภูเขาทองวัดสะเกศครับ


ยอดปราสาทจากมุมสูง

การจะขึ้นยอดปราสาทต้องขึ้นบันไดวนแบบนี้ ไม่มีลิฟต์นะครับ
ไม่แนะนำให้ลูกหลานพาผู่เฒ่าผู้แก่ที่มีปัญหาไขข้อไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่นี่นะครับ ^^

แถมท้ายด้วยข้อมูลของโลหะปราสาทวัดราชนัดดาเล็กน้อยครับ

วัดราชนัดดารามวรวิหาร
ตั้งอยู่ใกล้กับป้อมมหากาฬ ติดกับลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์
ซึ่งเป็นพลับพลารับแขกเมือง เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ใกล้กับวัดเทพธิดาราม
ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2389
บนสวนผลไม้เก่าเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ พระราชทานเป็นเกียรติแก่พระราชนัดดา
คือ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าหญิงโสมนัสวัฒนาวดี

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างโลหะปราสาท
แทนการสร้างเจดีย์ นับเป็นโลหะปราสาทแห่งที่ 3 ของโลก
โดยสร้างเป็นอาคาร 7 ชั้น มียอดปราสาท 37 ยอด หมายถึงโพธิปักขิยธรรม
ในพระพุทธศาสนา 37 ประการ ยอดปราสาทชั้น 7 เป็นที่ประดิษฐาน
พระบรมสารีริกธาตุ กลางปราสาทเป็นช่องกลวง มีบันไดเวียน 67 ขั้น
ให้เดินขึ้นไปดูทิวทัศน์ข้างบนได้

แต่เดิมโลหะปราสาทไม่ได้ตั้งเด่นเป็นสง่าเมื่อผ่านมาทางถนนราชดำเนิน
เหมือนในปัจจุบัน เพราะมีการก่อสร้างโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย
หัวมุมถนนราชดำเนิน ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นโรงภาพยนตร์แห่งแรก
ของประเทศไทย ต่อมาใน พ.ศ. 2532 จึงได้มีการรื้อศาลาเฉลิมไทย
เพื่อเปิดมุมมองทางเข้าเกาะรัตนโกสินทร์จากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ก่อสร้างเป็น
ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ พื้นที่โดยรอบเป็นลานกว้าง จัดสร้างพลับพลา
ที่ประทับ เพื่อที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกรับแขกบ้านแขกเมือง
เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์
ซึ่งต่อมาคือ รัชกาลที่ 3

ข้อมูลเพิ่มเติมจากป้ายหินอ่อนหน้าทางเข้าปราสาท
โลหะปราสาทได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๖ – พ.ศ.๒๕๒๐
ด้วยเงินบริจาคจากประชาชน งบประมาณแผ่นดิน และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
ดำเนินการโดย กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย