เริ่มเรื่องของวันนี้จริงๆนั้น เมื่อไรผมก็จำไม่ได้เสียแล้ว จำได้แต่ปี พ.ศ.๒๕๕๑
ผมเพิ่งได้มอเตอร์ไซค์มาใช้เป็นคันแรกในชีวิต (ปกติขับแต่รถ 4ล้อ) จึงเกิดความคิดว่า
น่าจะไปเที่ยวตามวัดต่างๆในกรุงเทพฯนี่แหละ เพราะปกติ ขับรถไปยาก เนื่องจากรถติด
และที่จอดมีน้อย บางวัดก็ไม่มีเลยด้วยซ้ำ

คิดได้ดังนั้นแล้วก็ชวนกันกับปุ้ม ขี่มอเตอร์ไซค์ไปยังวัดเทพธิดาราม วัดนี้มีความเป็นมาน่าสนใจครับ

วัดเทพธิดาราม
ชื่ออย่างเป็นทางการคือ วัดเทพธิดารามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี
ตั้งอยู่ที่ริมถนนมหาไชย ใกล้วัดราชนัดดา วัดเทพธิดารามวรวิหาร เดิมชื่อ
วัดบ้านพระยาไกรสวนหลวง เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้โปรดฯให้สร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระราชทานแก่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ หรือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองศ์เจ้าวิลาส
พระราชธิดาองค์ใหญ่ใน รัชกาลที่ 3 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2379 เสร็จในปี พ.ศ. 2382
สิ่งสำคัญในวัดนี้คือ พระปรางค์ทิศทั้งสี่ เป็นฝีมือช่างในสมัยรัชกาลที่ 3
บุษบกที่รองรับพระประธานภายในโบสถ์ ที่ประดิษฐ์อย่างสวยงามและ
ที่ผนังพระอุโบสถมีภาพเขียนเป็นรูปพุ่มข้าวบิณฑ์ แบบอย่าง ในรัชกาลที่ 3
วัดนี้เคยเป็นที่พำนักของสุนทรภู่กวีเอกแห่ง กรุงรัตนโกสินทร์
ระหว่าง พ.ศ. 2383 – 2385 เมื่อคราวบวชเป็นพระภิกษุ ปัจจุบันยังมีกุฏิหลังหนึ่ง
เรียกว่า “บ้านกวี” เปิดเป็น พิพิธภัณฑ์

ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org

ศิลปะแบบจีนผสมไทย

พบเห็นรูปปั้นแบบจีนได้ทั่วไปในวัด

เสามังกร

บานหน้าต่างเป็นลายไทย

พระพุทธเทววิลาส หรือหลวงพ่อขาว เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยเชียงแสนผสมสุโขทัย
ปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร จำหลักด้วยศิลายวง สีขาวบริสุทธิ์

ลายบนบานประตูเลือนหายไปอย่างน่าเสียดาย โชคดีที่บานหน้าต่างลวดลายยังชัดอยู่มาก

มีพระปรางค์คล้ายวัดอรุณอยู่ด้วย จำได้ว่ามีอยู่รอบทั้ง 4 มุม ถ้าจำผิดต้องขออภัย

ทางวัดตัดพุ่มไม้เป็นรูปนางยักษ์ผีเสื้อสมุทร มองดูแล้วแปลกตาดี

สุนทรภู่ กวีเอกแห่งรัตนโกสินทร์ เคยมาบวชและจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้

อีกส่วนหนึ่งที่แปลกกว่าวัดทั่วๆไปคือเรือนไม้แบบนี้ ไม่ทราบว่าเรียกว่าอะไร แต่ไม่ค่อยได้พบเห็นที่วัดอื่น

“การเปรียญ” ผมเข้าใจมาตลอดว่า คำนี้ต้องเขียนติดกับคำว่า “ศาลา”

และเนื่องจากวัดนนี้ อยู่ติดกับวัดราชนัดดา (โลหะปราสาท)

จึงเป็นเรื่องง่ายในการหาที่หมายต่อไปของทริปนี้ครับ ^^